





![]() | All days | 175238 |
Your IP: 38.107.191.88
,
Today: ก.ย. 07, 2010
เพลงสรรเสริญ |
|
สามารถ Download |
|
|
![]() สามารถ Download สูจิบัตรประจำสัปดาห์ คลิกที่นี่ |
|
|
|
|
ตอบ 12 คำถามยากๆ ในชีวิตเขียน: ริค วอร์เร็น แปล: ภัทรียา กาญจนมุกดา เรียบเรียง: พักตร์พริ้ง อัครสวาท ริค วอร์เรน นำคุณเข้าไปในโลกพระคัมภีร์ เพื่อให้เห็นว่า พระคัมภีร์จะเปิดเผยอย่างไรเกี่ยวกับสิบสองคำถามเร่งด่วนที่สุดที่คนมักชอบถามกัน หนังสือเล่มนี้ให้คำตอบง่ายๆ ตรงไปตรงมาที่คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อเคลื่อนผ่านจุดที่ติดชะงักอยู่ไปให้ได้แล้วชื่นชมกับชีวิตที่มีเป้าหมาย |
คู่ชีวิต |
เข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นส่วนตัว |
คุณรอดแน่หรือ ? |
![]() วิธีศึกษาพระคัมภีร์ส่วนตัว |
|
>> หนังสือแนะนำอื่นๆ << |
ฟังเพลง Christmas |
|
01 - Oh Holy night
|
![]() |
![]() |
![]() Instructions |
![]() Friendship |
![]() Which day is the MOST BEAUTIFUL day in your life? |
![]() เสียงสะท้อนจากคนไทย |
where is God when it hurts? |
![]() ประชากรของพระเจ้าในมุมอับ |
เก้าอี้แห่งชีวิต |
|
|
| Voice of Believers |
![]() |
| 100 วันในชีวิตคริสเตียน |
![]() |
| ผู้ปกครองในพระคริสตธรรมคัมภีร์ |
![]() |
| มารู้จักกับสมอง... |
เรื่องของต้นจั๋ง
เรื่องของต้นจั๋ง
|
คืนวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2009 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจทันทีที่ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งว่า ลูกชายประสบอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ และได้รับทราบอาการว่าลูกแขนหัก ข้าพเจ้ายืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกแต่ยังมีสติที่ได้อธิษฐานฝากลูกไว้กับพระเจ้าทันที แต่เมื่อข้าพเจ้าไปถึงโรงพยาบาลกลับต้องช็อกกับสภาพอาการที่สาหัสขั้นโคมาของลูก นอกจากสภาพแขนหักทั้งสองข้างแล้ว ยังมีบาดแผลบนใบหน้าหลายแห่ง ผมของลูกชุ่มไปด้วยเลือด และมีเลือดออกที่หูและจมูก พยาบาลสองคนกำลังปั๊มออกซิเจนผ่านใส่ท่อที่ใส่ไว้ในปากของลูก ข้าพเจ้ากรีดร้องเสียงดัง ยืนตัวแข็งก้าวขาไม่ออกเพราะกำลังสับสนว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นนั้นเป็นความจริงหรือฝันไป ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ไม่ได้ทอดทิ้งข้าพเจ้าเลยแม้เพียงเสี้ยววินาที พระองค์ได้ช่วยให้ข้าพเจ้าสามารถรวบรวมสติได้ แล้วข้าพเจ้าก็รีบวิ่งไปที่เตียงที่ลูกนอนอยู่ กอดเขา และกระซิบข้างหูลูกว่า “หนูไม่ต้องกลัวนะครับพระเจ้าจะอยู่กับลูก” ด้วยสัญชาตญาณ ข้าพเจ้าเชื่อว่าลูกสามารถรับรู้ได้แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกตัว คำอธิษฐานเสริมกำลังให้ข้าพเจ้ามีสติที่จะรับฟังคำอธิบายจากหมอที่แจ้งให้ข้าพเจ้าทราบว่า ผลการตรวจพบเลือดออกในสมองและลูกต้องได้รับการผ่าตัดสมองด่วน และหมอประเมินอาการของลูกอยู่ในขั้นโคมาและไม่สามารถประเมินผลการรักษาได้ เพียงแต่บอกว่า “50/50” เท่านั้น
เมื่อหมอพูดจบ ข้าพเจ้าถึงกับเข่าอ่อนแทบยืนไม่ไหว ร้องไห้เสียงดังเหมือนใจจะขาดแต่ไม่มีน้ำตา ข้าพเจ้ามีเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ต้องตัดสินใจเพื่อให้คำตอบแก่หมอ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าขณะนั้น มั่นใจในการปกป้องและการทรงนำของพระองค์ จึงพยายามนั่งลงที่เก้าอี้ผสานมือที่สั่นไม่เป็นจังหวะไว้ด้วยกันแล้วก้มหน้าลงอธิษฐาน “พระบิดา ทุกชีวิตเป็นของพระองค์ ข้าพระองค์ขอฝากชีวิตและการรักษาลูกไว้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์ ขอทรงประทานสติปัญญาและให้การตัดสินใจทั้งสิ้นเป็นมาจากพระองค์ และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ อาเมน” เมื่อข้าพเจ้าลืมตาขึ้น พระเจ้าได้ทรงนำให้ข้าพเจ้าตัดสินใจขอย้ายลูกไปโรงพยาบาลกรุงเทพซึ่งมีความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงให้การตัดสินใจอันสำคัญนี้ทันตามเวลา (ภายหลังญาติ พี่น้อง มิตรสหายทุกคนได้พูดว่าเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้าพเจ้าตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว) เมื่อรถพยาบาลของโรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมหมอมาถึง ข้าพเจ้ารู้สึกได้ทันทีว่า พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมความปลอดภัยทุกอย่างไว้ให้ลูกแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้าให้ได้มีสติและสามารถจัดการ ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องเป็นอย่างดี แม้ว่าจะไม่ราบรื่นสักเท่าไรเพราะความไม่ร่วมมือของโรงพยาบาลแห่งนั้น แต่ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงช่วยเหลือให้ข้าพเจ้าสามารถทำสำเร็จทุกขั้นตอน
|
|
![]() |
|
| สภาพรถ | ขณะพักฟื้นอยู่ห้องไอซียู |
แม้ผลการตรวจจะไม่พบบาดแผลในสมอง แต่เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจึงอาจเกิดภาวะสมองบวมซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายมาก ดังนั้นหมอจึงยังไม่สามารถรับรองชีวิตของลูกได้ ในขณะนั้น และมีความจำเป็นที่ต้องเจาะกะโหลกศีรษะเพื่อใส่เครื่องมือวัดความดันสมองเป็นเวลา 3 วัน อีกครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าร้องไห้แทบขาดใจตลอด 3 ชั่วโมงที่ลูกอยู่ในห้องผ่าตัด แต่การอธิษฐานก็ช่วยให้ข้าพเจ้าสามารถสงบสติลงได้ และรู้สึกได้ว่าพระองค์อยู่ใกล้ ๆ ปลอบประโลมใจข้าพเจ้าตลอดเวลา ด้วยความเชื่ออันมั่นคง พระองค์จะทรงรักษาและปกป้องลูกจะพ้นภัยอันตราย แม้หมอไม่รับรองชีวิตของลูก แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าทรงรับรอง สามวันผ่านไป ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงรักษา ภาวะสมองบวมไม่มากอย่างที่หมอประเมินไว้ แน่นอนทีมแพทย์เองก็ประหลาดใจกับอาการของลูกที่ดีขึ้นเป็นลำดับอย่างรวดเร็ว เมื่อการรักษาด้านสมองได้รับผลดีและเร็วเกินคาด และลูกเริ่มรู้สึกตัวบ้างหลังจากที่หมดสติไปกว่า 15 ชั่วโมง จึงได้รับการผ่าตัดส่วนอื่น คือ กรามขวาหัก และผ่าตัดแขนหักที่ข้อมือซ้าย และแขนท่อนบน ข้อศอกและข้อมือขวา ในสองวันถัดมา ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่พบการบาดเจ็บภายในช่องท้อง การผ่าตัดทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยดี ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ได้เสริมกำลังกายและใจให้ลูกสามารถผ่านพ้นระยะเวลาที่ต้องทำกายภาพบำบัด อันยาวนานจนกระทั่งสามารถพัฒนาร่างกายให้ดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติได้ รวมระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นเวลา 47 วัน
เมื่อลูกออกจากโรงพยาบาลแล้ว ข้าพเจ้าก็ยังต้องดูแลอาการของลูกอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามผลกระทบทางด้านสมอง ตลอดเวลาที่ดูแลเขาข้าพเจ้าได้เป็นพยานให้กับลูกโดยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เขาฟังว่าพระเจ้าทรงดูแลรักษาเขาอย่างไร และเราสามารถผ่านเหตุการณ์วิกฤติต่าง ๆ นั้นมาได้ก็เพราะความรักและพระเมตตาของพระเจ้า มีหลายคนที่ได้ร่วมกันอธิษฐานเผื่อเขาตลอดระยะเวลาแห่งการรักษานั้น ข้าพเจ้าเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีของลูกหลายอย่างทั้งด้านพฤติกรรมและความคิด ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าได้ให้ชีวิตใหม่แก่ลูก ซึ่งเป็นชีวิตที่ดีกว่าเดิม วันหนึ่งขณะที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ ลูกได้พูดขึ้นว่า “แม่ครับผมอยากรับศีล” ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจ ตื้นตันจนแทบหายใจไม่ทัน ข้าพเจ้ารู้สึกได้ทันทีว่า ลูกได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกขอบพระคุณพระเจ้าและเป็นสุขใจมากที่ได้ทำหน้าที่แม่ที่ให้ลูกได้ดำเนินชีวิตในทางของพระเจ้าด้วยการตัดสินใจของเขาเอง และไม่ลืมที่จะชื่นชมเขาเพราะลูกเป็นของประทาน อันวิเศษที่สุดของพระเจ้าที่ประทานให้กับครอบครัวของเรา
หลังจากออกจากโรงพยาบาลได้สองเดือน ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บปวดกับการเผชิญกับอีกปัญหาหนึ่ง เนื่องจากหมอได้พบว่า ในโพรงสมองมีปริมาณน้ำมากกว่าปกติและลูกจะต้องได้รับการผ่าตัดอีกครั้งเพื่อใส่เครื่องระบายน้ำจากโพรงสมองลงไปที่กระเพาะอาหาร ซึ่งเครื่องมือนี้จะต้องใส่ไว้ตลอดชีวิต ปัญหาที่อาจจะตามมา คือ มีความเสี่ยงในการผ่าตัดซ้ำซ้อนหากท่อส่งน้ำตัน หรือเครื่องมือไม่ทำงาน นั่นหมายถึงปัญหาระยะยาวที่จะต้องแบกรับไปตลอดชีวิตของเขา ข้าพเจ้าตัดสินใจเวลานั้นทันทีว่าจะขอเวลาหมออีกหนึ่งเดือนเพื่อรอดูอาการของเขา แล้วจึงค่อยตัดสินใจ เพราะทั้งลูกและข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงทำการอัศจรรย์อีกครั้งในการรักษาเขา เราแม่ลูก และพี่น้องคริสเตียนหลายคนได้ร่วมกันอธิษฐานเผื่อลูก อย่างหนัก ในระหว่างนั้นอาการของเขาดีขึ้นบ้างเราจึงได้มีโอกาสไปร่วมนมัสการที่โบสถ์อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม และพระเจ้าได้มีแผนการที่ดีสำหรับชีวิตของเขา พระองค์ประทานโอกาสที่ดีที่สุดแก่ลูกให้ได้รับการอธิษฐานวางมือรักษาโรคจาก ศจ. ดร. ศึกษา เทพอารีย์ ศิษยาภิบาลของคริสตจักรวัฒนา และคณะผู้ปกครองหลายท่านที่ได้ร่วมกันอธิษฐาน หลังการนมัสการเป็นระยะเวลาติดต่อกันตลอดเวลากว่า 3 เดือน และแล้วการอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อหมอได้ให้คำตอบสุดท้ายแก่เราว่า แม้ปริมาณน้ำจะยังคงที่แต่เนื่องจากไม่พบอาการที่บ่งชี้ว่าจะเป็นอันตราย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ขอบคุณ พระเจ้าที่พระองค์ทรงรับฟังทุกถ้อยคำในคำอธิษฐานของผู้ที่รักพระองค์ และขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงตอบคำอธิษฐานแก่ข้าพเจ้าทุกครั้ง แม้ว่าจะไม่ใช่เวลาในอันรวดเร็ว แต่พระองค์ได้ทรงโปรดจัดการทุกสิ่งทุกอย่างดีที่สุดแก่ข้าพเจ้าและครอบครัวทันเวลาเสมอ
ประสบการณ์ชีวิตครั้งนี้ ได้เพิ่มพูนความเชื่อ ความศรัทธาแก่ข้าพเจ้าและครอบครัวเป็นอย่างมาก และได้รู้ซึ้งถึงพระคุณ ความรัก ความเมตตาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อลูกของข้าพระองค์มากมายเกินกว่าที่จะบรรยายได้ ข้าพเจ้าตระหนักอยู่เสมอว่า พระเจ้าทรงสอนเราทุกบทเรียนของชีวิต นอกจากเรื่องความรัก ที่ยิ่งใหญ่แล้ว พระองค์ยังทรงสอนข้าพเจ้าจาก ความเจ็บปวด ความโศกเศร้า ความหดหู่ใจ และการรู้จักความอดทนและการรอคอย และที่สำคัญที่สุดคือ ความเชื่อและศรัทธาอันมั่นคงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า จึงทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ “ข้าพเจ้าจึงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา” (ฟีลิปปี 4:4) และขอบพระคุณพระเจ้าทุกกรณี เพราะทุกอย่างเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ ข้าพเจ้าจึงไม่ลืมว่าพระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะใช้ข้าพเจ้าได้เล่าเรื่องราวการอัศจรรย์ของพระองค์ต่อผู้อื่นเพราะ “ผู้ที่เชื่อในพระบุตรของพระเจ้า ก็มีคำพยานอยู่ในตัว และข้าพระองค์จะบอกถึงการอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์” (1 ยอห์น 5:10, สดุดี 9:1)
“มีผู้ใดในพวกท่านทนทุกข์ จงให้ผู้นั้นอธิษฐาน... และการอธิษฐานด้วยความเชื่อ จะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต... คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล” (ยากอบ 5:13,15-16)










.jpg)



















.jpg)