นำคนสู่พระคริสต์มีชีวิตที่เกิดผล || Care For All

เมษายน 2014 : เดือนแห่งสายใยครอบครัวและผู้อาวุโส

เทศนา ภาคเช้า 2013-03-03

ศจ.สยาม ม่วงศักดิ์ หัวข้อ : จงลุกขึ้นยกแคร่เดินไปเถิด
มาระโก 2:1-12

โดย ศจ.สยาม ม่วงศักดิ์

หลัง​จาก​ผ่าน​ไป​หลาย​วัน พระ​องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คา​เปอร​นา​อุม​อีก เมื่อ​คน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​ว่า​พระ​องค์​ประ​ทับ​อยู่​ที่​บ้าน คน​จำ​นวน​มาก​ก็​มา​ชุม​นุม​กัน​จน​ล้น​ออก​ไป​ถึง​นอก​ประตู ขณะ​ที่​พระ​องค์​กล่าว​พระ​วจนะ​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อยู่​นั้น มี​คน​สี่​คน​หาม​คน​ง่อย​คน​หนึ่ง​มา​เฝ้า​พระ​องค์ แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ไม่​สา​มารถ​เข้า​ไป​ถึง​ตัว​ของ​พระ​องค์​เพราะ​มี​คน​มาก พวก​เขา​จึง​เจาะ​ดาด​ฟ้า​ตรง​ที่​พระ​องค์​ประ​ทับ​นั้น และ​เมื่อ​ทำ​เป็น​ช่อง​แล้ว พวก​เขา​ก็​หย่อน​แคร่​ที่​คน​ง่อย​นอน​อยู่​ลง​ไป เมื่อ​พระ​เยซู​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา พระ​องค์​จึง​ตรัส​กับ​คน​ง่อย​ว่า “ลูก​เอ๋ย บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว” แต่​มี​พวก​ธรร​มา​จารย์​บาง​คน​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น​และ​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ทำ​ไม​คน​นี้​พูด​อย่าง​นี้ หมิ่น​ประ​มาท​พระ​เจ้า​นี่ ใคร​จะ​อภัย​บาป​ได้​นอก​จาก​พระ​เจ้า​องค์​เดียว” พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​ใน​พระ​ทัย​ทัน​ที​ว่า​พวก​เขา​สนท​นา​กัน​ใน​หมู่​พวก​เขา​อย่าง​นั้น จึง​ตรัส​ว่า “ทำไม​พวก​ท่าน​ถึง​คิด​ใน​ใจ​อย่าง​นี้ การ​ที่​พูด​กับ​คน​ง่อย​ว่า ‘บาป​ต่างๆ ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว’ กับ​การ​พูด​ว่า ‘จง​ลุกขึ้น​ยก​แคร่​เดิน​ไป​เถิด’ แบบ​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน ทั้ง​นี้​เพื่อ​ให้​พวก​ท่าน​รู้​ว่า​บุตร​มนุษย์​มี​สิทธิ​อำ​นาจ​ใน​โลก​ที่​จะ​อภัย​บาป​ได้” พระ​องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​คน​ง่อย​ว่า “เรา​สั่ง​ท่าน​ว่า จง​ลุก​ขึ้น​ยก​แคร่​แล้ว​กลับ​บ้าน​ของ​ท่าน” คน​ง่อย​ก็​ลุก​ขึ้น แล้ว​ยก​แคร่​ของ​ตน​ทัน​ที เดิน​ออก​ไป​ต่อ​หน้า​คน​ทั้ง​หลาย ทุก​คน​ก็​ประ​หลาด​ใจ​และ​สรร​เสริญ​พระ​เจ้า​กล่าว​ว่า “เรา​ไม่​เคย​เห็น​อะไร​อย่าง​นี้​เลย”


วันนี้เรามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ในโลก ในประเทศของเรา เมื่อเช้าผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ ผมมีคำถามในใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นต่างๆ รอบตัวเราจะจบลงอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาต่างๆ ในภาคใต้ เรื่องการจำนำข้าว และที่มีปัญหาหนักที่สุดคือ โรงเรียนและโรงพยาบาลของสภาคริสตจักรในประเทศไทยติดปัญหาค่าแรงขั้นต่ำและการปรับฐานเงินเดือนสำหรับครู โรงเรียน26แห่งภายใต้สภาคริสตจักรมีเพียงแค่ 10 แห่งที่สามารถผ่านปัญหานี้ไปได้ รวมทั้งโรงพยาบาลที่มีบุคลากรลาออกไปค่อนข้างมาก รวมทั้งคริสตจักรที่มีเงินไม่พอที่จะจ่ายให้กับศินยาภิบาล เรามีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะการเมืองและเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พระวัจนะของพระเจ้าเป็นเรื่องการอัศจรรย์ ซึ่งเหมือนกับว่าคนที่มีปัญหาได้มาหาพระเยซูคริสต์เพื่อจะได้รับการรักษาจากพระองค์ เรื่องนี้เป็นเรื่องของชายที่เป็นง่อย เขาเดินไม่ได้ เป็นความทุกข์ของเขาและคนรอบข้างที่ทำอะไรก็ไม่สะดวก ในวันนั้นพระเยซูไปที่บ้านของเปโตรสาวกของพระเยซูคริสต์ ในพระคัมภีร์บอกว่ามีคนไปฟังสิ่งที่พระองค์ทรงสอนจนล้นออกมาข้างนอกบ้าน แสดงว่าวันนั้นมีผู้คนอยากจะฟัง อยากจะเห็น และสนใจพระเยซูเป็นจำนวนมาก มีสี่คนหามคนง่อยนี้ไปหาพระเยซู เขานั้นคิดว่า พระเจ้าจะสามารถรักษาชายง่อยนี้ได้ เมื่อพระเยซูเจอเขา คำแรกที่ตรัสคือ ลูกเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว พระเยซูตรัสเพียงเท่านี้ เขาก็ลุกขึ้นเดินได้ ในบ้านของเปโตรนอกจากจะมีคนที่อยากจะมาฟังพระวัจนะจากพระเยซูแล้ว ก็ยังมีคนที่คอยจะจับผิดพระองค์ด้วย คือพวกธรรมมาจารย์ ในพระคัมภีร์เราพบข้อเท็จจริงหรือสัจธรรม 3 ประการว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงแสดงความรัก ด้วยการยกบาปให้กับคนง่อยคนนั้น แสดงว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า อะไรที่จะพิสูจน์ได้บ้างว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า

 

1 พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงรู้ความคิดของมนุษย์ ในข้อที่ 8 พระเยซูทรงรู้ความคิดภายในจิตใจของธรรมาจารย์ ว่าพวกเขาคิดอย่างไร ฉะนั้นพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า และพระองค์ก็ทรงรู้ความคิดของเราทุกคน

2 พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงอภัยความบาปได้ พระองค์บอกว่า พระองค์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระบิดา พระองค์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า

3 พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงรักษาโรคได้ พระเจ้าเท่านั้นที่่ทำได้ ทรงทำให้คนป่วย หายจากความเจ็บป่วยได้

เมื่อพระเยซูทำการอัศจรรย์แล้ว เหล่าธรรมาจารย์กล่าวหาว่าคนง่อยนี้ดูหมิ่นพระเจ้า พระเยซูบอกว่า ระหว่างการอภัยบาป กับการให้ลุกขึ้นเดินกลับบ้าน อะไรง่ายกว่ากัน ความจริงแล้วการอภัยบาปง่ายกว่า เพราะความบาปเป็นนามธรรม จับไม่ได้ สัมผัสไม่ได้ เมื่อพระเยซูบอก คนเหล่านั้นไม่รู้ว่าอภัยแล้วจริงหรือไม่ แต่เมื่อพระเยซูบอกให้ลุกขึ้นและยกแคร่กลับไป ผู้คนสามารถเห็นได้ จับได้ สัมผัสได้ ถ้าพระเยซูตรัสแล้วคนง่อยลุกขึ้นไม่ได้ พระเยซูก็เสียหน้า แต่แท้จริงแล้วการอภัยบาปสำคัญกว่าสิ่งอื่น แต่เมื่อคนอยากเห็น พระองค์จึงแสดงให้คนเหล่านั้นเห็น ในพระคัมภีร์ตอนนี้เป็นการช่วยเราให้เข้าใจว่าทุกๆ อย่างในชีวิตที่เป็นปัญหาและอุปสรรคสามารถแก้ไขได้โดยพระเจ้า พระองค์เป็นคำตอบของทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต พระคัมภีร์ทุกข้อมีคำตอบในแต่ละสถานการณ์ ในมาระโก บทที่ 2 ข้อ 1-12 เป็นคำตอบให้กับเราอย่างไรบ้าง 

เป็นได้ 4 ประการด้วยกันคือ

1 เราพบในข้อ 5 เมื่อพระองค์เห็นคนสี่คนเดินมาหาพระองค์ ในพระคัมภีร์บอกว่า พระองค์ทรงเห็นความเชื่อในคนเหล่านั้น เพราะเขาตั้งใจที่จะให้พระองค์รักษาคนง่อยนี้ และพวกเขาวางใจในพระเจ้า ถ้าเราเชื่อเราจะเห็นความยิ่งใหญ่ เห็นความอัศจรรย์จากพระเจ้า ถ้าเรามีความเชื่อ เราสามารถทำอะไรก็ได้ ผมเคยมีปัญหาในชีวิตหลายครั้ง ครั้งหนึ่งผมไปที่นิวยอร์ก และไปหาเพื่อนคนหนึ่ง เมื่อจะกลับ ปรากฏว่าไม่มีเครื่องบิน ผมจึงนั่งอธิษฐานและลุกขึ้นไปหาที่เคาท์เตอร์อีกครั้ง เขาบอกว่ามีสายการบินว่าง แต่ต้องไปอีกสนามบินหนึ่ง แต่ไม่นานผมก็เห็นเพื่อนผมขับรถกลับมาที่สนามบิน เพื่อนผมบอกว่าไม่รู้ว่ามีเหตุอะไรให้ต้องกลับมา ผมรู้เลยว่าเป็นแผนการของพระเจ้าที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้

2 พวกเขาสี่คนนั้น มีความรักให้กับคนง่อย ถ้าเขาไม่รัก เขาจะไม่สนใจคนง่อยนี้เลย พระเจ้าทรงเป่าลมปราณให้กับผงคลีดินด้วยความรัก มนุษย์จึงมีความรักของพระเจ้า ยิ่งเรามีความรักมาก ก็ยิ่งมีพระเยซูอยู่ในใจด้วยความรักมาก

3 เขามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความพร้อมเพรียงในการแบกแคร่ไปพร้อมๆ กัน ถ้าคนใดคนหนึ่งเลิกทำ ก็ไม่สามารถนำแคร่มาหาพระเยซูได้ 

4 ชายทั้ง 4 มีความเสียสละ เราพบว่าเขาเสียสละที่จะไม่เข้าไปในบ้านเปโตรเพื่อฟังสิ่งที่พระองค์ทรงสอน เข้าขึ้นไปรื้อหลังคาบ้านเปโตร เขาเสียสละเงินที่จะซ่อมหลังคาบ้านให้เปโตร เขายอมเสียสละชีวิตที่ขึ้นไปในที่สูงๆ ซึ่งอันตราย และเสียสละเวลาของเขาที่จะแบกคนง่อยนี้มาหาพระองค์

เราจะทำอย่างไรให้ที่แห่งนี้เหมาะแก่การนมัสการและเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า เรื่องเงิน เรื่องการก่อสร้างต่างๆ ไม่สำคัญ ถ้าเกิดพระเจ้าจะให้เรา ถ้าเรามีความเชื่อที่เข้มแข็ม มีความรักซึ่งกันและกัน มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และมีความเสียสละ เพื่อกิจของพระองค์ ถ้าเป็นน้ำพระทัยของพระองค์ แม้ว่าเราอาจจะกลัวบ้าง แต่ให้เราทำด้วยความเชื่อฟัง อย่างพระเยซูคริตส์ที่ยอมเชื่อฟังจนมรณาที่บนไม้กางเขน พระองค์รักทุกคนแม้ว่าคนๆ นั้นจะจน จะเป็นโรค จะมีบาปมากมาย และพระองค์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับพระบิดา ถ้าเรามีครบทั้ง 4 ประการนี้ พระเยซูก็พร้อมที่จะตรัสกับเราเหมือนอย่างที่ตรัสกับคนง่อยในเวลานั้น