นำคนสู่พระคริสต์มีชีวิตที่เกิดผล || Care For All

กันยายน 2014 : เดือนแห่งการอธิษฐานและสามัคคีธรรม

เทศนา ภาคเช้า 2013-02-24

ศจ.สมศักดิ์ ชูสงฆ์ หัวข้อ : พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับไพร่พลของพระองค์
เฉลยธรรมบัญญัติ 6:1-12
โดย ศจ.สมศักดิ์ ชูสงฆ์

เฉลยธรรมบัญญัติ เป็นพระธรรมที่เฉลยให้เราเห็นถึงพระลักษณะของพระเจ้า โมเสสตอนก่อนที่จะพาพลไพร่ของพระองค์เข้าสู่แดนคานาอัน ดินแดนที่พระเจ้าได้ให้สัญญาไว้กับบรรพบุรุษ ก็ได้ฉวยโอกาสกำชับ เตือนสติแก่พวกเขาทั้งหลาย ให้เขาทั้งหลาย "จงจดจำไว้"


เพื่อเขาทั้งเมื่อเข้าไปในดินแดนคานาอันแล้ว จะไม่ลืมพระคุณและความรักของพระเจ้า เมื่อเขาได้ยึดตามพระคุณและความรักของพระเจ้าจะช่วยให้เขาได้ดำเนินตามพระประสงค์ของพระองค์ นั่นคือจะรับพรและเป็นพร และพรนั้นก็มาจากการเชื่อฟัง (ฉธบ. 28) พระองค์ได้ให้โอกาสแก่เขาทั้งหลายในการที่จะเชื่อฟังหรือไม่ คำกำชับสุดท้ายของโมเสสต่อพลไพร่ของพระเจ้านี้สำคัญมาก ว่าพระองค์ผู้นี้ที่นำเขาออกมาจากอียิปต์เป็นผู้ใด สิ่งต่างๆ ที่พระองค์ได้กระทำกับพวกเขา การอัศจรรย์ที่ไม่มีจำกัดของพระองค์ เสื้อคลุม รองเท้าของเขาไม่เคยขาดในดินแดนทุรกันดาร มีเสาเมฆ เสาไฟ ในการนำทางการเดินทางของพวกเขา อาหารที่จำเป็นแก่การดำเนินชีวิตของพวกเขา การปกป้องคุ้มครองพวกเขา และสุดท้ายด้วยการเผยถึงพระประสงค์ของพระองค์ที่มีต่อพวกเขาทั้งหลาย สิ่งที่พระองค์อยากให้เขานั้นได้กระทำ ซึ่งมีอยู่อย่างน้อย 3 ประการด้วยกัน

1. ให้เขาทั้งหลายยำเกรงพระเจ้า เมื่อเราทั้งหลายรู้ถึงพระคุณและความรักของพระเจ้าเราจะมีความยำเกรงพระเจ้า หมายถึงเกรงกลัวด้วยความเคารพ ไม่ใช่เกรงกลัวเหมือนกลัวผี ซึ่งเป็นที่ช่วยให้เรามีกำลังใจที่จะดำเนินตามพระประสงค์อันเลิศสำหรับเรา และมีความหมายว่าต่อหน้าคนอื่นๆ เป็นอย่างไร ลับหลังคนก็เป็นอย่างนั้น เพราะพระเจ้าอยู่ทุกหนแห่งไม่มีที่ใดมืดสำหรับพระองค์ ไม่มีการใดลับสำหรับพระองค์ นั่นทำให้เรายำเกรงต่อพระองค์

ดูในชีวิตของโยเซฟในพระคัมภีร์ ตอนที่ตกเป็นทาสในอียิปต์ ที่ต้องอยู่ต่อการเย้ายวนการทำผิดต่อพระเจ้า กระทำผิดต่อนาย แต่โยเซฟก็ยำเกรงในพระเจ้าทำในสิ่งที่สมควร ทำในสิ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เราทั้งหลาย จนกระทั่งต้องทำให้ตัวเองถูกปรักปรำจนต้องไปอยู่ในคุก และแม้ไปอยู่ในคุกเขาก็ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้า สิ่งต่างๆ ที่เขาทำก็ได้เจริญขึ้น และเขาได้เป็นพยานแก่คนอื่นว่านั่นเพราะพระเจ้าสถิตย์อยู่กับท่าน นี่คือความหมายของการยำเกรงพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้เราทั้งหลายยำเกรงพระองค์ เพื่อบาปจะไม่แตะเรา เพื่อเราจะไม่อยู่ในการบาป แต่เราจะมีชีวิตที่บริสุทธิ์สมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เราทั้งหลายได้นมัสการพระองค์ (1 ปต. 1:46)

2. ให้ดำเนินตามทางทั้งสิ้นของพระองค์ คือให้เราดำเนินตามพระองค์ในทุกทาง เพื่อทางของเราจะราบรื่น ตัวเราเองนั้นก็มีทางของเราเองเช่นเดียวกัน แต่ทางของเรากับทางของพระเจ้านั้นมักจะสวนทางกันเสมอ แต่เรารู้จักและยำเกรงพระเจ้าองค์นี้ หัวใจของเราจะวางอยู่กับพระเจ้าองค์ เราแน่ใจได้เลยว่าการดำเนินกับพระเจ้านั้นไม่มีความเสี่ยงใดเลย และพระองค์ต้องการให้เราทั้งหลายดำเนินชีวิตของเราทั้งสิ้นตามทางของพระองค์ เพราะว่าเรามีทางของเราเองจึงทำให้เราไม่ได้ดำเนินตามทางของพระเจ้า ขอให้เราลืมทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จที่ผ่านมาของเราทั้งหมด ความสำเร็จมักทำทำให้เราไม่ได้ดำเนินตามทางของพระเจ้า และความล้มเหลวมักทำให้คนไม่กล้าที่จะดำเนินตามทางของพระเจ้า ความสำเร็จและความล้มเหลวเหล่าเป็นเพียงแต่เงาเท่านั้นไม่ควรจะไปยึดเกาะเอาไว้ แต่พระเจ้าองค์ที่เราสามารถพึ่งได้ ยึดเกาะได้ และพระองค์สัญญาว่าพระองค์จะอยู่กัยเราทั้งหลายจนกว่าจะสิ้นยุค

การจดจำอดีต เกาะติดในอดีตก็ทำให้เราพลาดไปจากทางของพระเจ้าได้ ดังในเรื่องของโมเสส ที่พระองค์บอกให้ชี้ไม้เท้าไปที่ก้อนหินเพื่อจะมีน้ำออกมาให้ประชากรของพระองค์ได้ดื่มกิน แต่โมเสสติดกับการกระทำเดิมที่ต้องใช้ไม้เท้าตีก้อนหินเพื่อจะได้น้ำออกมา จึงตีก้อนหินเหมือนเดิมแต่ด้วยพระกรุณาของพระเจ้าก็ยังมีน้ำออกมาให้ประชากรของพระองค์ แต่โมเสสเองก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะเข้าไปในดินแดนแห่งพันธสัญญาได้ ได้แต่เพียงมองดูไกลๆ เท่านั้น การพึ่งความสำเร็จในอดีตนั้นแหละจะทำให้เราทั้งหลายพลาดโอกาสไปจากการเห็นความยิ่งใหญ่ ฤทธิ์อำนาจ การมหัศจรรย์ของพระเจ้า

3. ให้รักพระองค์ นี่เป็นคำสั่งของพระองค์ การได้ระลึกถึงพระคุณและความรักทำให้เราทั้งหลายได้รับการฟื้นระลึก และมีใจที่จะดำเนิน รักและเชื่อฟังพระเจ้า นี่คือสิ่งที่พระเจ้าให้พวกเราได้กระทำ และได้แสดงออกมาในชีวิตที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เมื่อเรารักพระเจ้าแล้วเราก็จะเชื่อฟังพระองค์ แล้วพรก็จะตกมาสู่เราตามการเชื่อฟังนั้นอย่างเหลือเชื่อ และเมื่อเรารักพระองค์แล้ว เราก็จงปรนนิบัติพระองค์ การปรนนิบัติพระองค์ก็คือการปรนนิบัติซึ่งกันและกัน มีส่วนในพันธกิจของพระองค์ รับภาระซึ่งกันและกัน รักซึ่งกันและกันแสดงออกถึงความรักอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อเราปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์แล้ว คือการที่เรารักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจ สุดกำลังความคิด ของเราแล้วการที่เราจะรักเพื่อนบ้านนั้นก็จะมาเองโดยอัตโนมัติ และนี่คือบัญญัติข้อใหญ่สองข้อที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราต้องจดจำและถือปฏิบัติ ไม่เพียงแต่บัญญัติอย่างเดียว มีกฏเกณฑ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเราทั้งหลายทั้งฝ่ายวิญญาณและเนื้อหนังอีกด้วย กฏเกณฑ์ทั้ง 5 อย่างที่ต้องจดจำและนำไปใช้

  1. จงเฝ้าระวังในการอธิษฐาน เพราะเราเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นี่คือสิ่งที่เรากระทำเพื่อเป็นที่ถวายเกียรติต่อพระเจ้า เป็นการกระทำเที่เราได้พึ่งพาพระองค์ในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่จะทำให้เราไม่ตกอยู่ในการทดลอง ป้องกันมิให้เราดำเนินชีวิตใช้พระวิหารของพระองค์เป็นดั่งซ่องของโจร ถ้าเราไม่ได้ใช้พระวิหารของพระเจ้าเพื่อการอธิษฐานแล้วชีวิตของเราจะกลายเป็นศัตรูของกางเขนโดยไม่รู้ตัว (ฟป. 3:19)
  2. จงใฝ่ใจในการอ่านพระวจนะของพระเจ้า (1 ทธ 4:13) ความสำเร็จ ความเจริญทั้งหลายเกิดขึ้นด้วยโดยพระวจนะของพระเจ้า ถ้าเราทั้งหลายทุ่มตัวในการอ่านพระวจนะ พระวจนะจะห่อหุ้มจิตใจของเราแล้วเราจะไม่ทำบาปต่อพระองค์เลย อยากมีชีวิตเปลี่ยนแปลงให้ทุ่มตัวลงในพระวจนะ แล้วพระวจนะทำให้สิ่งเก่าๆ ของเราหลุดร่วงไปจนหมด
  3. ประกาศและเป็นพยาน การประกาศและเป็นพยานนั้นเป็นชีวิตของเรา ถ้าเราจะประกาศให้แก่คนทั้งหลายก็ต่อเมื่อเรานั้นได้กระทำการดี ทำทุกอย่างโดยพึ่งพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อ ทำอย่างสุดกำลัง ทำอย่างดีที่สุดเพื่อพระองค์แล้ว เมื่องานออกมาแล้วใครๆ จะต้องชม เมื่อนั้นแหละคือการที่เราได้ประกาศ จากการกระทำ แล้วเราจะสามารถบอกได้ว่านี่คือสิ่งที่เราได้ทำเพื่อพระเจ้าจึงได้ทำอย่างดีที่สุด แล้วเราจะได้เห็นการทรงสถิตย์อยู่ด้วยของพระองค์ จะได้เห็นฤทธิ์อำนาจของพระองค์ที่ได้กระทำผ่านชีวิตของเรา
  4. จงรักษาวันสะบาโต กฏเกณฑ์นี้ตั้งไว้เพื่อเราทั้งหลาย มิใช่สร้างเราทั้งหลายเพื่อวันนี้ ที่เราจะมีโอกาศคิดถึงพระคุณ ความรัก ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เพื่อเราจะได้มีกำลังในการออกไปเผชิญกับอีกหกวัน เพื่อเราจะไม่ขาดจากฤทธิ์อำนาจจากศรีษะคือองค์พระเยซูคริสต์ ที่จะปกป้องเราจากการรบกวนของผีมารซาตาน
  5. นำทศางค์สู่พระคลังของพระเจ้า นำสิบลดถวายคืนแด่พระเจ้า พระองค์ได้สัญญาว่าพระจะเปิดบัญชรท้องฟ้าเทพรลงมา และปกป้องเราจากตัวทำลาย พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่มือเติบ พระองค์ทรงให้เรามากกว่าที่เราคิด และสัตย์ซื่อต่อคำสัญญาจริงๆ

ทั้งหลายนี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเราทั้งหลาย ที่ต้องการให้เรายำเกรงพระองค์ ดำเนินตามทางทั้งสิ้นของพระองค์ มีชีวิตที่รักพระองค์ ปรนนิบัติพระองค์ รักษากฏเกณฑ์และบัญญัติของพระองค์ กฏเกณฑ์และบัญญัติของพระองค์เราทั้งหลายไดรู้แล้ว จงปฏิบัติตามเถิด พระพรมาจากการเชื่อฟัง ขอพระเจ้าอวยพระพร