รักร่วมรับใช้ || Love Share and Serve

เมษายน 2019 : เดือนแห่งครอบครัวและผู้อาวุโส

วันที่ 8 สติปัญญาเป็นสิ่งอนิจจังจริงหรือ

By: ศึกษา เทพอารีย์. Posted in คู่มือภาวนา: ปัญญาจารย์

Ecclesiastes

เดินไปกับปัญญาจารย์ 

วันที่ 8 สติปัญญาเป็นสิ่งอนิจจังจริงหรือ

ข้อพระธรรม: ปัญญาจารย์ 1:12-15 “12ข้าพเจ้า ปัญญาจารย์ เคยเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม 13และข้าพเจ้าตั้งใจเสาะและแสวงหาโดยสติปัญญา สิ่งที่กระทำกันภายใต้ฟ้าสวรรค์ เป็นเรื่องยากลำบากซึ่งพระเจ้าประทานให้มนุษย์ทำกันอยู่นั้น 14ข้าพเจ้าเคยเห็นการทั้งปวงซึ่งเขากระทำกัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ และดูเถิด สารพัดก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง15อะไรที่คดจะทำให้ตรงไม่ได้ และอะไรที่ขาดอยู่จะนับให้ครบไม่ได้

ข้อท่องจำ: ปัญญาจารย์ 1:14 “ข้าพเจ้าเคยเห็นการทั้งปวงซึ่งเขากระทำกัน ภายใต้ดวงอาทิตย์ และดูเถิด สารพัดก็อนิจจัง คือกินลมกินแล้ง

การตอบคำถามที่ว่า ความหมายของชีวิตคืออะไร กษัตริย์โซโลมอนได้แนะนำให้เราทราบถึงของประทานจากพระเจ้าที่ประทานให้ กับมนุษย์ นั่นคือ สติปัญญาและความเฉลียวฉลาด พลังในการค้นหาคำตอบที่มนุษย์ต้องการ โซโลมอนกำลังบอกว่า ท่านได้ทุ่มเท ชีวิตในฐานะเป็นนักวิจัยเพื่อค้นหาสติปัญญา โดยมองจากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ว่าทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ยั่งยืนถาวร และสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้จึงเป็นเรื่องอนิจจังและกินลมกินแล้ง ท่านกล่าวในข้อ 12-15 มนุษย์ต้องมีความกระวนกระวาย กระสับกระส่าย ร้อนใจ ไม่อยู่กับที่และไม่มีการพักผ่อน ท่านบอกว่าชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตใต้ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นความเจ็บปวดและเป็นการอดทนตราก ตรำอันแสนหนักหน่วงของชีวิต ซึ่งมีความหมายที่นำไปถึงความซึมเศร้า เป็นความกระหายอยากรู้อยากเห็น ที่มนุษย์พยายามทำและ สร้างสรรค์ให้ชีวิตในโลกนี้ แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากลำบากในข้อ 13 มนุษย์ต่างจากสัตว์ตรงที่ว่า เรามีความ ปรารถนาและอยากรู้อยากเห็น เป็นพวกที่ไม่พอใจแค่ทำใจยอมรับ และเพลิดเพลินกับสิ่งรอบตัวเท่านั้น

จากการสังเกตของโซโลมอน การทำงานของมนุษย์ ก็เป็นอนิจจัง โปรดสังเกตว่าสติปัญญาที่กล่าวถึงในบริบทนี้ ไม่ใช่เป็นสติปัญญา แบบพระเจ้า แต่เป็นสติปัญญาแบบโลก ที่ไปไล่ตามหาของที่เกิดขึ้นซ้ำซากและไม่มีอะไรใหม่ ท่านเห็นชีวิตมนุษย์และการงานที่เขา ต้องตรากตรำนั้น ถ้าไม่มีพระเจ้า มันเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์และน่าขุ่นเคืองใจ โดยกำลังของมนุษย์ สิ่งที่คดจะทำให้ตรงไม่ได้ สิ่งที่ ขาดอยู่จะทำให้มันเต็มก็ไม่ได้ มีเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้น บางครั้งมันก็กำลังคอยเวลาของมันอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะ เร็วหรือช้า สิ่งที่มนุษย์ได้ก็ไม่เคยเต็ม ถ้ามันไม่เต็ม และไม่เคยตรงถ้ามันยังคดอยู่ อาศัยกำลังของเราเอง เราไม่มีความสามารถที่ จะทำให้สิ่งที่ขาดพร่องอยู่ เต็ม หากปราศจากพระเจ้า หรือ ทำให้สิ่งที่คด ตรง ไม่ได้ หากปราศจากพระเจ้า มนุษย์พยายามแก้ปัญหา ทางจริยธรรมด้วยการเติมตัวเอง พึ่งตัวเองจึงไม่มีวันเต็ม และที่จะแก้ปัญหาได้ เพราะสติปัญญาและความพยายามของมนุษย์นั้นมี จำกัด จากการสังเกตของท่าน เรื่องราวต่าง ๆ ในโลก เมื่อยิ่งรู้จักมัน ยิ่งใกล้ชิดมัน ก็ยิ่งนำมาซึ่งประโยชน์ และนำมาสู่การคับข้องใจ ไม่เพียงแต่มันสมอง สติปัญญา และความพยายาม การศึกษา วัฒนธรรม สังคม ก็ไม่สามารถเติมเต็มสิ่งที่ขาดในระดับจิตวิญญาณ ของมนุษย์ได้ ความยึดมั่นถือมั่นในตนเอง และในความรู้ของตนเอง ทำให้มนุษย์หยิ่งยโส และคิดว่าตนเอง เป็นผู้ยิ่งใหญ่ จากการ เจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ และเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม เราต้องรำลึกเสมอว่าเราทุกคนเป็นคนบาปที่เจ้าเล่ห์ และอยู่ฝ่ายโลกจึงเป็นเหตุที่เรามีความอยากได้ตลอดเวลา มีแต่ เพียงพระเยซูคริสต์และพระวจนะจะสามารถแก้ผิด แก้พฤติกรรมและเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องต่อไป

เมื่อมาถึงจุดนี้ เราก็สามารถให้คำตอบกับคำถามที่ว่าสติปัญญานั้นอนิจจังหรือไม่ คำตอบก็คือ สติปัญญานั้นเป็นอนิจจัง ดังนั้น สติ ปัญญาจึงอนิจจังภายใต้ดวงอาทิตย์ และเราทั้งหลายมีความหวังในโลกนี้เมื่อขณะเรายังมีชิวิตอยู่ การเข้าหาพระเจ้า และมีความหวัง ในโลกนี้ มีอยู่ทางเดียว คือ มอบชีวิตของเราให้อยู่ในพระหัตถ์พระเจ้า เราจะเห็นความจริงและสัจธรรมที่เกี่ยวข้องกับความหมายของ ชีวิต หากเราตั้งความหวังไว้และใช้เวลาแสวงหาสิ่งที่เป็นของอนิจจังที่ปราศจากพระเจ้า และไม่ได้อยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์ เราจะ เสียเวลาเสียชีวิต และเสียคุณค่าของมัน โดยไร้ประโยชน์ ชีวิตที่พระเจ้าเติมเต็ม จะไม่เคยขาด ชีวิตที่พระเจ้าทรงทำให้ตรง ก็จะไม่ คดอีกต่อไป